ความไม่รู้กฎหมาย  จะอ้างเป็นข้อแก้ตัวไม่ได้    Ignorantia  juris  non  excusat    ปรึกษากฎหมายสายด่วน  สำนักงานกฎหมายภคพลทนายความ โทร.081-4953952  
   คนเราควรจะให้ แต่ไม่ควรขออะไรจากคนอื่น ควรจะกินพอประมาณ ไม่ควรจะมากเกินไปถึงท้องกาง ควรช่วยเหลือคนอื่น ไม่ใช่เหยียบย่ำ ควรรับใช้ ไม่ควรคิดเป็นนายคน พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤกธิ์

WEB STAT

 สถิติวันนี้ 17 คน
 สถิติเมื่อวาน 69 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
2160 คน
26078 คน
28969 คน
เริ่มเมื่อ 2007-11-02

LINK

   

    

CLOCK

NEWS

 
                       
                     


ออกกฎหมายเกินแม่บท
หมายความว่าอย่างไรClick เลยครับ

พระบิดาแห่งกฎหมายไทย
Clickเลยครับ

บริจาคโลหิตช่วยชีวิต
Clickเลยครับ

เมาสุรา-ตรวจเลือด
Clickเลยครับ

รวมแบบฟอร์มสัญญา
Clickเลยครับ

รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม
Clickเลยครับ

 
                  
 

"หมั่นสร้างบารมีไว้.............แล้วฟ้าดินจะช่วยเจ้าเอง "

ลูกเอ๋ย.........ก่อนจะเที่ยวไปขอบารมีหลวงพ่อองค์ใดเจ้า
จะต้องมีทุนของตัวเองคือบารมีของตนลงทุนไปก่อนเมื่อบารมี
ของเจ้าไม่พอจึงค่อยขอยืมบารมีคนอื่นมาช่วยมิฉะนั้น......เจ้า
จะเอาตัวไม่รอดเพราะหนี้สินในบุญบารมีที่เที่ยวไปขอยืมมาจน
พ้นตัวเมื่อทำบุญทำกุศลได้บารมีมาก็ต้องเอาไปผ่อนใช้หนี้เขา
จนหมดไม่มีอะไรเหลือติดตัวแล้วเจ้าจะมีอะไรไว้ในภพหน้า
หมั่นสร้างบารมีไว้ แล้วฟ้าดินจะช่วยเองจงจำไว้นะ
เมื่อยังไม่ถึงเวลาเทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้ครั้นถึงเวลา
ทั่วฟ้าจบดิน...... ก็ต้านเจ้าไม่อยู่........จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดิน
เมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลย...............จะมีใครที่ไหนมาช่วยเจ้า.......

นี่คือ.......คำเทศนาของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
ที่ได้โปรดชี้ธรรมไว้...........................หลังจากที่ล่วงลับไปแล้ว
เมื่อ 100 กว่าปีอันเป็นปฐมเหตุที่ต้องสร้างความดี
อย่างไม่มีที่สิ้นสุด.......................................

 บำเพ็ญธรรมขั้นพื้นฐานเสริมความบริสุทธิ์และสง่าราศีแก่ชีวิต

ผู้ที่ประพฤติปฎิบัติตามแนวทางนี้อย่างสม่ำเสมอ ย่อมจะมีสิริมงคลเป็นมงคลส่งเสริมแก่โชคชะตาสืบไป
  • หมั่นทำบุญทำกุศลและสวดมนต์ไหว้พระอย่างน้อยทุกวันพระในทุกเดือน
  • เคารพรักพ่อ-แม่ ไม่ดุด่าหรือทำให้ท่านเสียใจ
  • มีน้ำใจเมตตาต่อคนยากไร้อนาถา
  • มีน้ำใจเอื้อเฟื้อแก่เด็ก  สตรี  และคนชรา
  • หมั่นถือศิลหรือกินเจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • เคารพดิน น้ำ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ลบหลู่ดูแคลน
  • คิดดี  ปฎิบัติดี  ไม่คิดมุ่งร้ายเบียดเบียนใคร
  • ควรงดกินเนื้อ สัตว์ใหญ่
  • ไม่คิดปฎิบัติผิดลูกผิดเมียเขา
  • รู้จักเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับทุกปี
  • ไม่ฝักใฝ่อบายมุข ไม่ติดสุราและการพนัน
  • พอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่  ไม่คิดอยากได้ของใคร  ไม่ลักทรัพย์
  • พูดจาดี  จิตใจใฝ่ดี ไม่ก้าวร้าวล่วงเกินใคร
  • เคารพและให้เกียรติทุกชีวิตว่ามีค่าเหมือนเช่นตัวเราเอง

                           เสริมดวงชะตาด้วยการทำบุญให้ถูกทาง

  • ทำบุญซื้อโลงศพ/เสริมดวงชะตาการงานเจริญขึ้น
  • ทำบุญถวายสังฆทาน/เสริมดวงให้กล้าแข็ง และสะเดาะเคราะห์ต่างๆ
  • ทำบุญบริจากซื้อกระเบื้องหลังคาอุโบสถ/สริมดวงตำแหน่งหน้าที่การงานและการสร้างหลักปักฐาน
  • ทำบุญจัดอาหารเลี้ยงเด็กกำพร้า/เสริมดวงการเงิน ค้าขายรุ่งเรือง ลูกหลานหมดปัญหา
  • ทำบุญซื้อชีวิตวัวควาย/เสริมดวงชะตา ต่ออายุ  สะเดาะเคราะห์ทั้งปวง
  • ทำบุญทอดผ้าป่า-กฐิน/เสริมดวงชะตา ชีวิตมีความสุขความเจริญรุ่งเรือง
  • ทำบุญตักบาตร/เสริมดวงโชคลาภ และความสมปรารถนา
  • ทำบุญถวายดอกไม้ รูป  เทียน/เสริมดวงชะตาให้มีความสุขความเจริญ
  • ทำบุญสร้างพระพุทธรูป/เสริมอำนาจวาสนาในชาตินี้ ชาติหน้าจะได้เป็นผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่
  • ทำบุญสร้างสะพานและทางสัญจร/ชาติหน้าจะบริบูรณ์ด้วยรถ เรือ และยานพาหนะต่างๆ
  • ทำบุญสร้างศาลาริมทาง  บริจากข้างสาร/ชาติหน้าจะมีคฤหาสสน์ใหญ่โตเป็นที่อยู่อาศัย
  • ทำบุญบริจาคทานเป็นข้าวปลาอาหาร/ชาติหน้าจะมีอาหารดีๆ กินอย่างสมบูรณ์ไม่เคยอดอยาก
  • ทำบุญบริจาคเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม/ชาติหน้าจะมีเสื้อผ้าแพราพรรณสวยๆสวมใส่ตลอดเวลา
  • ทำบุญปล่อยนก ปล่อยปลา /ชาติหน้าจะพ้นเคราะห์พ้นภัย  มีลูกหลานมากมาย
  • ทำบุญไหว้พระพร้อมถวายพวงมาลัยดอกไม้ธูปเทียนทอง/ชาติหน้าจะอุดมด้วยลาภยศ  ชื่อเสียง
  • ทำบุญสร้างโบสถ์ สร้างวิหาร/ชาติหน้าจะมีวาสนาบารมีสูงส่ง
  • ทำบุญสวดมนต์ภาวนาระลึกถึงพระพุทธเจ้า/ชาติหน้าจะเป็นคนมีสติปัญญาหลักแหลม
  • ทำบุญบริจาคช่วยเด็กกำพร้าหรือเด็กจรจัด/ชาติหน้าจะมีครอบครัวที่อบอุ่นพร้อมหน้า

                                                           คนสมบูรณ์แบบ

  คนสมบูรณ์แบบ หรือมนุษย์โดยสมบูรณ์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสมาชิกที่ดีมีคุณค่าอย่างแท้จริงของมนุษยชาติ ซึ่งเรียกได้ว่าคนเต็มคน ผู้สามารถนำหมู่ชนและสังคมไปสู่สันติสุขและความสวัสดี มีธรรมหรือคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

1.ธัมมัญญุตา รู้หลักการและกฎเกณฑ์ของสิ่งทั้งหลายที่ตนเข้าไปเกี่ยวข้องในการดำเนินชีวิตในการปฏิบัติกิจหน้าที่และดำเนินกิจการต่างๆรู้เข้าใจสิ่งที่ตนจะต้องประพฤติปฏิบัติตามเหตุผล เช่น รู้ว่า ตำแหน่ง ฐานะ อาชีพ การงานของตน มีหน้าที่และความรับผิดชอบอย่างไร มีอะไรเป็นหลักการ จะต้องทำอะไรอย่างไร จึงจะเป็นเหตุให้บรรลุถึงผลสำเร็จที่เป็นไปตามหน้าที่และความรับผิดชอบนั้นๆดังนี้เป็นต้น ตลอดจนชั้นสูงสุดคือรู้เท่าทันกฎธรรมดาหรือหลักความจริงของธรรมชาติเพื่อปฏิบัติต่อโลกและชีวิตอย่างถูกต้อง มีจิตใจเป็นอิสระ ไม่ตกเป็นทาสของโลกและชีวิตนั้น

2.อัตถัญญุตา รู้ความมุ่งหมายและรู้จักเหตุผล คือรู้ความหมาย และความมุ่งหมายของหลักการที่ตนปฏิบัติ เข้าใจวัตถุประสงค์ของกิจการที่ตนกระทำรู้ว่าที่ตนทำอยู่อย่างนั้นๆดำเนินชีวิตอย่างนั้น เพื่อประสงค์ประโยชน์อะไรหรือควรจะได้บรรลุผลอะไร ที่ให้มีหน้าที่ ตำแหน่ง ฐานะ  การงานอย่างนั้นๆเขากำหนดวางกันไว้เพื่อมุ่งหมายอะไร กิจการที่ตนทำอยู่ขณะนี้เมื่อทำไปแล้วจะบังเกิดผลอะไรบ้าง เป็นผลดีหรือผลเสียอย่างไร ดังนี้เป็นต้น ตลอดจนถึงขั้นสูงสุด คือ รู้ความหมายของคติธรรมดา และประโยชน์ที่เป็นจุดมุ่งหมายแท้จริงของชีวิต

3.อัตตัญญุตา คือ รู้ตามเป็นจริงว่า ตัวเรานั้น ว่าโดยฐานะ ภาวะ เพศ กำลัง ความรู้ ความถนัด ความสามารถ และคุณธรรม เป็นตน บัดนี้เท่าไร อย่างไร แล้วประพฤติปฎิบัติให้เหมาะสม และคุณธรรม เป็นต้น บัดนี้เท่าไร   อย่างไร แล้วประพฤติปฏิบัติให้เหมาะสม และทำการต่างๆให้สอดคล้องถูกจุด ที่จะสัมฤทธิ์ผล ตลอดจนแก้ไขปรับปรุงตนให้เจริญงอกงามถึงความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นไป

4.มัตตัญญุตา รู้ประมาณ คือ รู้จักพอดี เช่น รู้จักประมาณในการบริโภคในการใช้จ่ายทรัพย์ รู้จักความพอเหมาะพอดี  ในการพูด การปฏิบัติ  กิจและทำการต่างๆ ตลอดจนการพักผ่อนนอนหลับและการสนุกสนานรื่นเริงทั้งหลาย ทำการทุกอย่างด้วยความเข้าใจวัตถุประสงค์เพื่อผลดีแท้จริงที่พึงต้องการ โดยมิใช่เพียงเพื่อเห็นแก่ความพอใจ ชอบใจ หรือเอาแต่ใจของตนแต่ทำตามความพอดีแห่งเหตุปัจจัยหรือองค์ประกอบทั้งหลาย ที่จะลงตัวให้เกิดผลดีงามตามที่มองเห็นด้วยปัญญา

5.กาลลัญญุตา  รู้กาล คือ รู้กาลเวลาอันเหมาะสมและระยะเวลาที่พึงใช้ในการประกอบกิจ ทำหน้าที่การงานปฏิบัติการต่างๆและเกี่ยวข้องกับผู้อื่น เช่น รู้ว่า เวลาไหน ควรทำอะไร อย่างไร และทำให้ตรงเวลา ให้เป็นเวลาให้ทันเวลา ให้พอเวลา ให้เหมาะสม ให้ถูกเวลา ตลอดจนรู้จักกะเวลาและวางแผนการใช้เวลาอย่างได้ผล

6.ปริสัญญุตา รู้ชุมชน คือ รู้จักถิ่น รู้จักชุมนุม และชุมชน รู้การอันควรประพฤติปฏิบัติในถิ่นที่ชุมนุม และต่อชุมชนนั้นว่า ชุมชนนี้เมื่อเข้าไปหาควรต้องทำกิริยาอย่างนี้ ควรต้องพูดอย่างนี้ ชุมชนนี้มีระเบียบวินัยอย่างนี้มีวัฒรธรรมประเพณีอย่างนี้ มีความต้องการอย่างนี้ ควรเกี่ยวข้อง ควรต้องสงเคาระห์ ควรรับใช้ ควรบำเพ็ญประโยชน์ให้อย่างนี้ๆเป็นต้น

7.ปุคคลัญญุตา  รู้บุคคล คือ รู้จักและเข้าใจความแตกต่างแห่งบุคคลว่าโดยอัธยาศัย ความสามารถ และคุณธรรม เป็นต้นใครๆยิ่งหรือหย่อนอย่างไรและรู้จักที่จะปฏิบัติต่อบุคคลอื่นๆด้วยดีว่า ควรจะคบหรือไม่ ได้คติอะไรจะสัมพันธ์เกี่ยวข้อง จะใช้ จะยกย่อง จะตำหนิ หรือจะแนะนำสั่งสอนอย่างไร จึงจะได้ผลดี ดังนี้ เป็นต้น

    ธรรม 7 ข้อนี้ เรียกว่า สัปปุริสธรรม แปลว่า ธรรมของสัปปุริสชน คือ คนดี หรือคนที่แท้ ซึ่งมีคุณสมบัติของความเป็นคนที่สมบูรณ์

 

   หลักความสำเร็จ ปฏิบัติธรรม ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จแห่งกิจการนั้นๆที่เรียกว่า อิทธบาท 4  ดังนี้

1.ฉันทะ มีใจรัก คือ พอใจจะทำสิ่งนั้น และทำด้วยใจรัก ต้องการทำให้เป็นผลสำเร็จอย่างดีแห่งกิจหรืองานที่ทำ มิใช่สักว่าทำพอใจให้เสร็จๆหรือเพียงเพราะอยากได้รางวัลหรือผลกำไร

2.วิริยะ พากเพียรทำ  คือ ขยัญหมั่นประกอบ หมั่นกระทำสิ่งนั้นด้วยความพยายาม เข็มแข็ง อดทน เอาธุระ ไม่ทอดทิ้ง ไม่ท้อถอย ก้าวไปข้างหน้าจนกว่าจะสำเร็จ

3.จิตตะ เอาจิตฝักใฝ่ คือ ตั้งจิตรับรู้ในสิ่งที่ทำ และทำสิ่งนั้นด้วยความคิด ไม่ปล่อยจิตใจให้ฟุ้งซ่านเลื่อนลอย ใช้ความคิดในเรื่องนั้นบ่อยๆเสมอๆทำกิจการหรืองานนั้นอย่างอุทิศตัวอุทิศใจ

4.วิมังสา ใช้ปัญญาสอบสวน คือ หมั่นใช้ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญตรวจตราหาเหตุผล และตรวจสอบข้อยิ่งหย่อนเกินเลยบกพร่องขัดข้องเป็นต้นในสิ่งที่ทำนั้น โดยรู้จักทดลอง วางแผน วัดผล คิดค้นวิธีแก้ไขปรับปรุงเป็นต้น เพื่อจัดการและดำเนินงานนั้นให้ได้ผลดียิ่งขึ้นไป

                                           บุญที่ทำกรรมที่สร้างไม่ห่างหาย
                                           ติดใจกายเป็นสุขทุกสถาน
                                           ถึงตัวตายบุญไม่หายไปตามกาล
                                            คอยบันดาลความสุขทุกเวลา
                                     วันนี่รุ่ง          พรุ่งนี่ร่วง         ดวงไม่แน่ 
                                     วันนี่แย่          พรุ่งนี่ยัง          กลับดังได้
                                     วันนี่ดัง          พรุ่งนี่ดับ          กลับเปลี่ยนไป
                                     โปรดจำไว้     ทุกชีวิต            อนิจจัง



                                                                     
                                                                            

 สำนักงานกฎหมายภคพลทนายความ 49/322 หมู่ 2 ตำบลบึงสนั่น อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12110 
โทรศัพท์,02-9089055,081-4953952,โทรสาร.02-9089055
e-mail.pm9law@hotmail.com