ความไม่รู้กฎหมาย  จะอ้างเป็นข้อแก้ตัวไม่ได้    Ignorantia  juris  non  excusat    ปรึกษากฎหมายสายด่วน  สำนักงานกฎหมายภคพลทนายความ โทร.081-4953952  
   คนเราควรจะให้ แต่ไม่ควรขออะไรจากคนอื่น ควรจะกินพอประมาณ ไม่ควรจะมากเกินไปถึงท้องกาง ควรช่วยเหลือคนอื่น ไม่ใช่เหยียบย่ำ ควรรับใช้ ไม่ควรคิดเป็นนายคน พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤกธิ์

WEB STAT

 สถิติวันนี้ 12 คน
 สถิติเมื่อวาน 69 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
2155 คน
26073 คน
28964 คน
เริ่มเมื่อ 2007-11-02

LINK

   

    

CLOCK

NEWS

 
                       
                     


ออกกฎหมายเกินแม่บท
หมายความว่าอย่างไรClick เลยครับ

พระบิดาแห่งกฎหมายไทย
Clickเลยครับ

บริจาคโลหิตช่วยชีวิต
Clickเลยครับ

เมาสุรา-ตรวจเลือด
Clickเลยครับ

รวมแบบฟอร์มสัญญา
Clickเลยครับ

รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม
Clickเลยครับ

 
                  
 

วิสามัญฆาตกรรม

"วิสามัญฆาตกรรม" ได้แก่ ในกรณีที่มีความตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของเจ้าพนักงาน ซึ่งอ้างว่า ปฏิบัติราชการตามหน้าที่หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานที่อ้างว่า ปฏิบัติหน้าที่ราชการตามหน้าที่ ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาจะต้องมีการชันสูตรพลิกศพไว้เป็นหลักฐาน การชันสูตรพลิกศพตามกฎหมายปัจจุบันนั้น เป็นที่ยอมรับกันในหมู่นักกฎหมายและบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายว่า ยังมีข้อบกพร่องอยู่หลายประการทำให้เกิดความผิดพลาดในการวินิจฉัยถึงสาเหตุการตายของผู้ถูกควบคุมของเจ้าพนักงาน หรือรายละเอียดเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างผู้ตายกับเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่า
ปฏิบัติการตามหน้าที่โดยชอบ วิธีการในการชันสูตรพลิกศพและการไต่สวนการตายเป็นไปอย่างล่าช้า มิได้คุ้มครองสิทธิ์ของผู้เกี่ยวข้องที่เป็นญาติของผู้ตายอย่างเพียงพอ บางคดีมีการทำลายหลักฐานการตายของผู้ตาย และยังมีข้อบกพร่องอื่น ๆ อีกหลายประการ ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของรัฐบาลที่เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและอยู่ในระหว่างการพิจารณาขั้นแปรญัติติของคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้น ได้มีบทบัญญัติที่แก้ไขข้อความบกพร่องต่างๆ ไว้อย่างรัดกุมถึง 8 ประการ เช่น นอกจากญาติของผู้ตายแล้ว ยังให้สภาทนายความซึ่งเป็นคนกลางมีสิทธิ์ยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอซักถามพยานของพนักงานอัยการและมีสิทธิ์นำพยานของตนมาสืบได้ด้วย กำหนดให้พนักงานอัยการซึ่งเป็นทนายแผ่นดินได้มีส่วนร่วมในการชันสูตรพลิกศพตั้งแต่ต้น มีบทกำหนดโทษแก่บุคคลผู้กระทำการใด ๆ แก่ศพ หรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนทำการชันสูตรพลิกศพเสร็จ ในประการที่จะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไป โดยถือว่าเป็นการกระทำทุจริตเพื่ออำพรางคดี ให้ต้องโทษเป็นสองเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ประเด็นเกี่ยวกับการให้พนักงานอัยการเข้าร่วมทำการชันสูตรพลิกศพตั้งแต่เริ่มแรกนั้น นับว่าเป็นความคิดที่ดีที่จะก่อให้เกิดความถูกต้องและความยุติธรรมแก่บุคคลทุกฝ่าย แต่ในขณะนี้ได้ปรากฏข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่บางคนได้แสดงความเห็นไว้ว่า พนักงานอัยการจะไม่มีบุคลากรเพียงพอที่จะร่วมชันสูตรพลิกศพกับเจ้าพนักงานสอบสวนได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง และทุกสถานที่ เช่น ในถิ่นทุรกันดาร หรือในชายแดนที่มีอันตราย เกรงว่าพนักงานอัยการจะไม่สามารถร่วมชันสูตรพลิกศพได้ทุกคดี แต่จะเพียงอาศัยชื่อร่วมชันสูตรพลิกศพเท่านั้น ซึ่งจะไม่เกิดผลดีอย่างใด ทั้งในอดีตกฎหมายได้เคยกำหนดให้พนักงานอัยการร่วมชันสูตรพลิกศพมาแล้ว แต่ไม่อาจปฏิบัติได้จึงได้ยกเลิกไป ผู้เขียนเห็นว่า ข้อท้วงติงของฝ่ายตำรวจนั้นน่ารับฟัง ที่ผู้เกี่ยวข้องจะต้องหาทางแก้ไขเสีย แต่ผู้เขียนไม่เห็นด้วยที่จะได้ยกเลิกเสีย เพราะการที่พนักงานอัยการได้เข้าร่วมในการชันสูตรพลิกศพจะเกิดผลดีมากกว่าผลเสีย กล่าวคือ

1. พนักงานอัยการจะเป็นคนกลางที่ให้เกิดความมั่นใจแก่ประชาชนที่จะเชื่อได้ว่า การวิสามัญฆาตกรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจชอบด้วยเหตุผลหรือไม่ เพราะประชาชนที่เข้าใจถึงความเสียสละชีวิตและร่างกายในการป้องกันและปราบปรามอาชาญากรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับความคุ้มครองในเรื่องนี้ ประชาชนไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจขาดกำลังใจ เมื่อได้ปฏิบัติหน้าที่ไปโดยชอบแต่กลับถูกกล่าวหากระทำการเกินกว่าเหตุ

2. ปัจจุบันสำนักงานอัยการสูงสุดมีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิ์และเสรีภาพประชาชนอยู่เป็นประจำ มีพนักงานอัยการกระจายอยู่ทั่วประเทศ จึงเชื่อได้ว่าจะสามารถจัดสรรพนักงานอัยการเกี่ยวกับการชันสูตรพลิกศพได้พอ เพราะการวิสามัญฆาตกรรมไม่ได้มีอยู่ทุกวันและทุกสถานที่

3. สิทธิ์ของความเป็นมนุษย์ไม่ควรจะถูกย่ำยี ไม่ว่าผู้ตายจะเป็นอาชญากรที่ร้ายแรงเพียงใด การตายของเขาก็ควรได้รับความคุ้มครองในฐานะที่เป็นมนุษย์

ใครที่ถูกกล่าวหาว่าทำผิดอาญา แต่ความจริงมิได้ทำผิด หรือมีเหตุผลโต้แย้งว่าที่ได้กระทำไปนั้นมีข้ออ้างตามกฎหมายแต่เดิมผู้ต้องหาถูกตำรวจจับและต่อสู้คดี ตำรวจมักไม่รับฟังเหตุผล พนักงานสอบสวนจะทำสำนวนฟังแต่เพียงผู้เสียหายฝ่ายเดียวแล้วตั้งข้อหาส่งฟ้อง ส่งสำนวนให้อัยการ อัยการสั่งฟ้องตามสำนวนพนักงานสอบสวน จำเลยต่อสู้ว่าไม่ผิด ก็ไปให้การกับศาลเอง

การที่พนักงานสอบสวนไม่ฟังเหตุผล และอัยการสั่งฟ้องคดี นักกฎหมายบางท่านบอกว่า เป็นการเอาเปรียบผู้ต้องหาหรือจำเลย เพราะไปยึดมั่นระบบกล่าวหามากเกินไป โดยเฉพาะการบรรยายฟ้องข้อหาหนักไว้ก่อน ถือเป็นผลร้ายต่อจำเลย ส่วนผลดีของจำเลยไม่ยอมบรรยาย ปล่อยให้จำเลยพิสูจน์ในชั้นศาลเอง

เช่น รถชนกันมีคนตาย แต่เหตุที่รถชน เพราะคนตายเมาแล้วขับข้ามเลนไปในทางรถสวน ซึ่งรถที่วิ่งสวนมา ได้ใช้ความระวังเต็มที่แล้ว หักหลบแล้วแต่คนตายขับชนจนตัวเองถึงแก่ความตาย เหตุผลของคนขับเป็นข้อต่อสู้เพื่อพิสูจน์ว่ามิได้กระทำความผิดพนักงานสอบสวนไม่สอบสวนไว้หรือสอบสวนไว้ แต่พนักงานอัยการไม่หยิบไปบรรยายในการฟ้อง และฟ้องว่าจำเลยขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้คนตาย จำเลยได้รับผลร้ายจากการที่ตำรวจและอัยการไม่รับฟังข้อต่อสู้คดีของจำเลยตั้งแต่ชั้นสอบสวนและชั้นอัยการ ถ้าสำนวนมีบันทึกไว้ แต่เวลาส่งฟ้องศาล สำนวนการสอบสวนของผู้ต้องหาที่มีข้อต่อสู้ ไม่ถูกส่งไปยังศาลเพื่อพิจารณา ผลร้ายคือจำเลยถูกพิพากษาจำคุกได้

ปัจจุบันยังคงมีการทำสำนวนแบบนี้ ทั้งที่ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะร้องขอให้พนักงานสอบสวนไต่สวนข้อต่อสู้ได้ และพนักงานสอบสวนต้องทำ ซึ่งกฎหมายเขียนไว้ชัดเจนเพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายและผู้ต้องหา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่แก้ไขใหม่ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 22) พ.ศ. 2547 ประกาศเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2547

มาตรา 131 ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานทุกชนิด เท่าที่สามารถจะทำได้ เพื่อประสงค์จะทราบข้อเท็จจริงและพฤติกรรมต่างๆ อันเกี่ยวกับความผิดที่ถูกกล่าวหาเพื่อจะรู้ตัวผู้กระทำผิดและพิสูจน์ให้เห็นความผิด หรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา

คดีอาญาที่ผู้ต้องหากล่าวหาว่ากระทำความผิดและมีข้อต่อสู้ ดังนี้

1. อ้างว่ามิได้กระทำผิด มีพยานรู้เห็น

2. อ้างว่าไม่รู้ว่ามีกฎหมายบัญญัติว่าการกระทำนั้นเป็นความผิด และสามารถพิสูจน์ได้ ตามกฎหมายอาญา มาตรา 64

3. อ้างว่าได้กระทำไปโดยขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือไม่สามารถบังคับตนเองได้ เพราะมีจิตบกพร่อง โรคจิต หรือจิตฟั่นเฟือน ถ้าพิสูจน์ได้ไม่ต้องยอมรับผิด ตามกฎหมายอาญา มาตราที่ 65

4. อ้างว่าได้กระทำไปเพราะความมึนเมาโดยผู้เสพไม่รู้ว่าเป็นสิ่งมึนเมา หรือถูกบังคับให้เสพของมึนเมาแล้วบังคับให้ทำผิด ในขณะที่ไม่รู้ตัว บังคับตัวเองไม่ได้จะได้รับการยกเว้นโทษ ตามกฎมายอาญา มาตรา 66

5. อ้างว่ากระทำผิดเพราะความจำเป็น ตกอยู่ในที่บังคับหรือตกอยู่ภายใต้อำนาจที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้

6. อ้างว่ากระทำผิดเพื่อให้ตนเองหรือคนอื่นพ้นอันตรายที่ใกล้ถึงตัวและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยที่ผู้กระทำมิได้เป็นคนก่อให้เกิดความผิดด้วยตนเอง ถ้าทำไปไม่เกิดสมควรแก่เหตุไม่ต้องรับโทษ ตามกฎหมายอาญา มาตรา 67

7. อ้างว่ากระทำไปเพราะบันดาลโทสะเพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุไม่เป็นธรรม จึงตอบโต้ไปทันที ศาลจะลงโทษน้อยกว่ากฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได ตามกฎหมายอาญามาตรา 73

8. อ้างว่ากระทำผิดแต่บรรเทาผลร้ายแล้ว เช่น นำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ชดใช้ค่ารักษาพยาบาล ให้ค่าสินไหมทดแทนพอสมควร ตามกฎหมายอาญา มาตรา 72

ผู้ต้องหามีสิทธิยกข้อต่อสู้เพื่อพิสูจน์ได้ พนักงานสอบสวนจะต้องไต่สวนและบันทึกข้อต่อสู้ผู้ต้องหาไว้ถ้าพนักงานสอบสวนสรุปส่งฟ้อง อัยการก็ต้องหยิบยกเอาข้อต่อสู้นี้พิจารณาการเขียนฟ้อง นโยบายของสำนักงานอัยการคือ พนักงานอัยการต้องบรรยายฟ้องข้อต่อสู้ และหรือเหตุบรรเทาโทษของจำเลยไปด้วยเพื่อให้ศาลทราบ ซึ่งถือเป็นหน้าที่สำคัญของนักกฎหมายที่จะต้องวางตัวเป็นกลางและให้จำเลยได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายที่เท่าเทียมกัน


 
จากนี้ไป ผู้ต้องหารายใดที่มีข้อต่อสู้ และพนักงานสอบสวนไม่รับฟัง ท่านสามารถอ้างมาตรา 131 ได้เพื่อให้พนักงานสอบสวนบันทึกไว้ถ้าพนักงานสอบสวนไม่บันทึกให้ผู้ต้องหา หรือญาติ หรือพยาน ร้องเรียนไปยังผู้บังคับบัญชาที่สูงกว่า การร้องเรียนทำเป็นหนังสือและเก็บสำเนาไว้ สำเนานี้สามารถนำไปใช้ในชั้นศาลได้.

 

 

 

 

 

 

 




                                                                     
                                                                            

 สำนักงานกฎหมายภคพลทนายความ 49/322 หมู่ 2 ตำบลบึงสนั่น อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12110 
โทรศัพท์,02-9089055,081-4953952,โทรสาร.02-9089055
e-mail.pm9law@hotmail.com