|
เมื่อถูกทวงหนี้ |
|
|
หนี้สิน |
|
|
เป็นเรื่องผิดสัญญา เช่าซื้อ เช่าทรัพย์ หนี้เงินกู้ จำนอง จำนำ เช่า ละเมิด ตั๋วเงิน เช็ค และอื่นๆไม่ว่าจะเป็น ที่ดิน บ้าน คอนโด รถยนต์ ค่าสินค้า และอื่นๆ เมื่อผิดสัญญาแล้วไม่ว่าจะเป็นสัญญาของเอกชนคนทั่วไป หรือของรัฐ ปัญหาที่ตามมาคือถูกทวงหนี้ การทวงหนี้จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ ทวงหนี้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย กับ ทวงหนี้ที่ผิดกฎหมาย |
|
|
|
-ทวงหนี้ที่ถูกกฎหมาย |
|
|
|
พวกเจ้าหนี้มักจะต้องติดตามให้ลูกหนี้ชำระหนี้ หรือคืนทรัพย์สิน หรือให้ส่งมอบทรัพย์ ที่ลูกหนี้เอาไปเจ้าหนี้สามารถที่จะทวงถามให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้ เพราะจะมีบทบัญญัติกฎหมายให้สามารถทำได้ไม่ผิดกฎหมาย |
|
|
|
1.ไปพบลูกหนี้ที่บ้านเพื่อสอบถามเรื่องหนี้สิน |
|
|
|
2.ทำเป็นหนังสือทวงถามให้ลูกหนี้ชำระหนี้ หรือมอบอำนาจให้ทนายความทำหนังสือทวงหนี้แทน |
|
|
|
3.ยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อขอให้มีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยค้างชำระและดอกเบี้ยผิดนัด |
|
|
|
4.เมื่อศาลพิพากษาแล้วก็บังคับคดียึดทรัพย์สินของลูกหนี้มาขายทอดตลาดชำระหนี้ตามคำพิพากษา |
|
|
|
-ทวงหนี้ผิดกฎหมาย |
|
|
|
มีบางกรณีบทบัญญัติกฎหมายที่เจ้าหนี้ไม่สามรถที่จะทวงหนี้จากลูกหนี้ได้ ถ้าเจ้าหนี้กระทำหรือพยายามที่จะกระทำ หรือใช้ให้ผู้อื่นเป็นผู้กระทำ ต้องถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายอาจถึงขั้นต้องติดคุกและต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับลูกหนี้ ในการกระทำเองหรือใช้ให้ตัวแทนหรืออำนาจให้ไปทวงหนี้แทน เช่น |
|
|
|
1.ข่มขู่,ขืนใจ,ขู่อาฆาต |
|
|
|
2.ใช้กำลังทำร้าย |
|
|
|
3.เอาทรัพย์ไปเฉยๆ |
|
|
|
4.เอาเจ้าพนักงานบังคับคดีหรือตำรวจมายึดทรัพย์โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย |
|
|
|
5.ฟ้องเท็จ คือไม่มีมูลหนี้แล้ว หรือเอาสัญญากู้มาใส่ตัวเลขที่ไม่เป็นจริงและลูกหนี้ไม่ได้ยินยอมด้วย |
|
|
|
การกระทำเหล่าหนี้กฎหมายถือว่าผิดเจ้าหนี้ไม่สามารถที่จะกระทำได้และถ้าเจ้าหนี้ขืนไปกระทำและการกระทำนั้นทำให้ลูกหนี้ |
|
|
|
1.ได้รับความอับอายต่อสาธารณชน |
|
|
|
2.ทำร้ายร่างกายลูกหนี้,ทำให้เสียทรัพย์ |
|
|
|
3.เอาทรัพย์ของลูกหนี้ไป โดยที่ลูกหนี้ไม่ยินยอมและยังไม่ได้ฟ้องต่อศาลจนมีคำพิพากษา ถือว่า ชิงทรัพย์ เจ้าหนี้อาจติดคุก ตามที่กฎหมายกำหนดโทษเอาไว้สูงสุดประหารชีวิตและต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินทางแพ่ง บางครั้งเจ้าหนี้อาจสูญเสียมากกว่าที่ลูกหนี้เสียอีก แต่ถ้าเจ้าหนี้ข่มขู่ลูกหนี้ว่า ถ้าไม่ชำระหนี้จะฟ้องศาล หรือจะเอาตำรวจมาจับไปเข้าคุก ไม่ถือว่าเป็นการข่มขู่กระทำได้ไม่ผิดกฎหมาย |
|
|
|
-ทำอย่างไรลูกหนี้จะสู้เจ้าหนี้ได้ |
|
|
|
ปกติลูกหนี้ก็อยากที่จะชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ แต่บางครั้งเศรษฐกิจไม่อำนวยที่จะหาเงินมาจ่ายหนี้ได้แต่บางครั้งเจ้าหนี้ก็หน้าเลือดเกินไปจริงๆบางครั้งลูกหนี้พอได้รับหมายศาลที่ลูกหนี้ฟ้องก็ตกอกตกใจคิดว่าต้องตายแน่ๆต้องโดนยึดบ้าน ยึดที่ดิน ยึดทรัพย์สิน ยึดเงิน ครอบครัวจะทำอย่างไร ลูกเต้าจะทำอย่างไร จะมีทางแก้ไขได้อย่างไร |
|
|
|
-เรื่องนี้มีทางแก้ไขได้หลายทาง |
|
|
|
1.เข้าไปเผชิญหน้าต่อสู้ในศาลเอาความจริงไปบอกให้ศาลทราบ และขอให้ศาลเป็นผู้ไกล่เกลื่ยให้และจะขอผ่อนชำระตามที่เราสามารถจะชำระได้จริงๆซึ่งศาลก็จะมีเมตตาพิจารณาให้ตามที่เห็นสมควรแต่ความจริงที่จะบอกกับศาลว่ามูลหนี้นั้นเป็นมาอย่างไร ลูกหนี้จะต้องบอก ด้วยว่ามีเอกสารหลักฐานบุคคลที่เป็นความจริงอย่างไร จะบอกด้วยปากอย่างเดียวไม่ได้ศาลจะไม่เชื่อ |
|
|
|
2.ถ้าการไกล่เกลี่ยของศาลไม่เป็นผล เจ้าหนี้ไม่ยอมก็ต้องมีการดำเนินการฟ้องร้องต่อไป จะมีผลดีและผลเสียต่อลูกหนี้ คือ |
|
|
|
ก.ผลเสีย คือ ถ้าลูกหนี้ว่าด้วยตัวเองไม่เป็นและไม่มีเงินจ้างทนายด้วยก็อาจแพ้คดีไปเจ้าหนี้ก็ชนะเต็มตามฟ้อง (เจ้าหนี้ฟ้องเท่าใดก็ได้เท่านั้น) |
|
|
|
ข.ผลดี คือ ถ้ามีเงินจ้างทนายความว่าความ ลูกหนี้อาจไม่ต้องชำระหนี้ในช่วงที่ฟ้อง จะมีเวลาหาเงิน ใช้หนี้ได้ |
|
|
|
ค.ที่สุดถ้าลูกหนี้แพ้คดี ไม่ว่าจะเป็นการแพ้เพราะศาลพิพากษาใช้หนี้ หรือแพ้เพราะไม่ได้เข้าไปต่อสู้คดีจนศาลมีคำพิพากษา เช่นกัน ในชั้นบังคับคดียึดทรัพย์ ลูกหนี้ก็ยังมีโอกาสได้ต่อสู้อีกซึ่งลูกหนี้อาจจะไม่ต้องชำระหนี้ตามฟ้อง หรือจะชำระหนี้บางส่วนก็ได้ ก็ขึ้นอยู่กับการใช้เทคนิคทางกฎหมาย เช่นกัน |
|
|
|
3.ถ้าเป็นกรณีที่เจ้าหนี้ทวงหนี้ผิดกฎหมาย ทั้งก่อนหรือหลังฟ้องก็ตาม ลูกหนี้สามารถฟ้องเจ้าหนี้เป็นคดีอาญาเพื่อเข้าคุกบ้าง และฟ้องคดีแพ่งเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายก็ได้ ซึ่งอาจจะได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความเสียหาย แต่ส่วนใหญ่แล้วเมื่อเจ้าหนี้ถูกลูกหนี้ฟ้องคดีอาญา เจ้าหนี้มักจะขอเจรจาประนอมหนี้แต่ก็ควรระวังเอาไว้ด้วยว่า เจ้าหนี้มักจะไม่ยอมเสียเปรียบลูกหนี้ โดยการอาจใช้กลวิธีต่างๆ |
|
|
|
|
|