|
กฎหมายที่ประชาชนควรทราบ |
|
|
|
1.การทะเบียนราษฎร์ |
|
|
|
-บุตรเกิด ถ้าเกิดในบ้านให้เจ้าบ้านแจ้งถ้าเกิดนอกบ้านให้มารดาแจ้งภายใน 15 วันนับแต่วันเกิด |
|
|
|
-ชื่อบุตรให้เจ้าบ้าน บิดา หรือมารดาแล้วแต่กรณี แจ้งชื่อบุตรพร้อมกับการแจ้งเกิดถ้าจะเปลี่ยนชื่อให้แจ้งภายใน 6 เดือนนับตั้งแต่วันแจ้งชื่อครั้งแรก |
|
|
|
-ย้ายบ้านให้ผู้ย้าย หรือผู้ที่เจ้าบ้านมอบอำนาจแจ้งออกจากบ้านเดิมภายใน 15 วัน และเมื่อไปอยู่บ้านใหม่ให้แจ้งภายใน 15 วันเช่นกัน |
|
|
|
-คนตายถ้าในบ้านให้เจ้าบ้านแจ้ง ถ้าตายนอกบ้านให้ผู้ที่ไปกับผู้ตาย หรือผูที่พบศพเป็นผู้แจ้งภายใน 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาตาย หรือเวลาพบศพ แจ้งที่ไหน กรณีบุตรเกิด ตั้งชื่อบุตร ย้ายบ้าน หรือคนตาย ให้แจ้งดังนี้ |
|
|
|
-ในเขตเทศบาล:ให้แจ้งที่สำนักงานท้องถิ่นซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานเทศบาล |
|
|
|
-นอกเขตเทศบาล:ให้แจ้งที่สำนักงานทะเบียนตำบล (บ้านกำนัน) หรือสำนักงานทะเบียนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้ง เช่น เขตกรมทหาร ความผิด ถ้าไม่แจ้งเกิดภายในกำหนดเวลา มีความผิดตามกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท |
|
|
|
2.บัตรประจำตัวประชาชน |
|
|
|
-คนไทยซึ่งมีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปจนถึง 70 ปีบริบูรณ์ ต้องไปขอทำบัตรที่อำเภอหรือที่ว่าการเขตภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่อายุครบ 15 ปีบริบูรณ์ บัตรประจำตัวประชาชนชำรุด หรือสูญหาย ต้องยื่นคำร้องขอมีบัตรใหม่ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่บัตรเดิมชำรุด หรือสูญหาย ต้องไปแจ้งที่สถานีตำรวจ อายุของบัตรกำหนดใช้ได้ 6 ปี เมื่อถึงกำหนดสิ้นอายุบัตรต้องไปติดต่อขอทำบัตรใหม่ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันสิ้นอายุ ณ อำเภอท้องที่ ที่มีชื่อในทะเบียนบ้าน ความผิด ผุ้ถือบัตรผุ้ใดไม่อาจแสดงบัตรได้ในเมื่อเจ้าพนักงานขอตรวจ มีโทษปรับไม่เกิน 100 บาท ผู้ไม่มีสัญชาติไทยยื่นคำร้องขอมีบัตร โดยแจ้งข้อความเท็จต่อเจ้าพนักงานว่าตนมีสัญชาติไทย มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้ง จำทั้งปรับ ไม่ยื่นคำร้องขอมีบัตรภายในกำหนดเวลา มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท บัตรหมดอายุไม่ต่อบัตรภายในกำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท |
|
|
|
3.การรับราชการทหาร |
|
|
|
-กำหนดเวลาแสดงตนลงบัญชีทหารกองเกิน ชายอายุย่างเข้า 18 ปี ต้องไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินในเดือนพฤศจิกายน ของปีที่ย่างเข้า 18 ปี สถานที่แสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกิน คือ ที่ว่าการอำเภอ หรือกิ่งอำเภอ ที่เป็นภูมิลำเนาทหาร |
|
|
|
4.การรักษาความสะอาด |
|
|
|
-ห้ามขีดขียนวาดรูปวาดภาพบนรั้วผนังอาคาร ต้นไม้ หรือสิ่งใดในที่สาธารณะ หรือเห็นได้จากที่สาธารณะนั้นถ้าฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท ห้ามติดตั้ง ตาก วาง หรือแขวนสิ่งใดๆที่สาธารณะหรือมองเห็นได้จากที่สาธารณะโดยไม่บังควร หรือทำให้มองดูแล้วไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ถ้าฝ่าฝืนมีโทษปรับ 200 บาท ห้ามบ้วน หรือถ่มน้ำลาย น้ำมูก เสมหะ หรือทิ้งสิ่งใดๆ ลงบนท้องถนน พื้นรถ หรือเรือสาะรณะ ดรงมหรสพ ร้านค้า หรือที่สาธารณะ ถ้าฝ่าฝืนมีดทษปรับไม่เกิน 100 บาท |
|
|
|
5.การเรี่ยไร |
|
|
|
-ผู้ทำการเรี่ยไร ต้องมีใบอนุญาตให้ทำการเรี่ยไนติดตัว และต้องออกใบรับให้ผู้บริจาก |
|
|
|
6.หนังสือมอบอำนาจ |
|
|
|
-การมอบอำนาจเป็นการตั้งตัวแทนเพื่อทำการสำหรับการมอบอำนาจให้กระทำ การเกี่ยวกับที่ดินเป็นเรื่องสำคัญ ควรใช้หนังสือมอบอำนาจของกรมที่ดิน |
|
|
|
7.เอกเทศสัญญา |
|
|
|
-กู้ยืม การกู้ยืมเงินกันเกิน 2,000 บาท จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือแสดงว่ามีการกู้ยืมเงินกันจริงและต้องลงลายมือชื่อผู้กู้ด้วย กฎหมายให้คิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 15 บาทต่อปี การจำนอง คือการกู้ยืมโดยมี ทรัพย์สิน เป็นประกัน โดยทั่วไปได้แก่ ที่ดิน บ้านพร้อมที่ดิน เรือยนต์ 5 ตันขึ้นไป สัตว์พาหนะ ได้แก่ ช้าง ม้า วัว ควาย หรืออสังหาริมทรัพย์อื่น ซึ่งกฎหมายหากบัญญัติไว้ให้จดทะเบียนเฉพาะกาล โดยทรัพย์ยังอยู่ที่ผู้จำนอง การจำนองต้องทำเป็นหนังสือ และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เช่าซื้อ ต้องทำเป็นหนังสือและปิดอากรแสตมป์ เว้นแต่ เช่าซื้อเครื่องมือเกษตรไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เช่าทรัพย์ เช่าบ้าน หรือที่ดินไม่เกิน 3 ปี ต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้เช่าและผู้ให้เช่า หากเกิน 3 ปี ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ |
|
|
|
8.กฎหมายที่ดิน |
|
|
|
-เมื่อโฉนด ใบจอง หรือ นส.3 ชำรุด สูญหาย หรือเป็นอันตราย ต้องติดต่ออำเภอ หรือสำนักงานทะเบียนที่ดิน เพื่อขอออกใบใหม่ หรือใบแทน มิฉะนั้นผู้อื่นที่ได้หนังสือสำคัญไปอาจนำไปอ้างสิทธิ ทำให้เจ้าของเดิมเสียประโยชน์ได้ ที่ดินมือเปล่า เจ้าของควรดูแลรักษาให้ดี อย่าทอดทิ้งหรือปล่อยให้รกร้างวางเปล่า หากมีผู้ครอบครองก็หาทางไล่ออกไปเสีย มิฉะนั้นเจ้าของจะเสียสิทธิไป นอกจากนี้ หากไม่มี ส.ค.1 ก็ควรหาทางขอ นส.3 แล้วต่อไปก็ขอให้มีโนดเสีย ให้เรียบร้อง เพราะทำให้ได้ประโยชน์มากขึ้นและปลอดภัยจากการเสียสิทธิมากขึ้น ที่ดินมีโฉนด อย่าทอดทิ้ง หรือปล่อยให้รกร้างหรือให้คนอื่นครอบครองไว้นานๆอาจเสียสิทธิได้เช่นกัน การทำนิติกรรมต้องทำให้สมบูรณ์ตามกฎหมายโดยทำที่อำเภอ หรือสำนักงานทะเบียนที่ดิน |
|
|
|
9.อาวุธปืน |
|
|
|
-ผู้ที่ประสงค์จะขออาวุธปืน เพื่อใช้ หรือเก็บไว้ป้องกันตัว หรือทรัพย์สิน ให้ยื่นคำร้องขอตามแบบ ป.1 ต่อนายทะเบียนท้องที่ กรุงเทพมหานคร ได้แก่ ผู้บังคับกองทะเบียนกรมตำรวจ จังหวัดอื่นๆ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นนายทะเบียนท้องที่จังหวัด การแจ้งย้ายอาวุธปืน เมื่อผู้ได้อนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนย้ายภูมิลำเนาต้องแจ้งย้ายอาวุธปืนต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันย้าย และถ้าย้ายไปต่างท้องที่ให้แจ้งการย้ายต่อนายทะเบียนท้องที่ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ย้ายไปถึงอีกด้วย การรับมรดกปืน เป็นหน้าที่ของทายาท หรือผู้ครอบครอง ต้องไปแจ้งการตายต่อนายทะเบียนท้องที่ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่ วันทราบการตายและยื่นคำร้องขอรับมรดกอาวุธปืนนั้นต่อไป ใบอนุญาตสูญหาย หรือชำรุดอ่านไม่ออก ให้ยื่นคำร้องขอรับใบอนุญาตต่อนายทะเบียนท้องที่ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่ทราบเหตุ อาวุธปืนหาย หรือถูกทำลาย ให้เจ้าของแจ้งเหตุพร้อมด้วยหลักฐาน และใบอนุญาตต่อนายทะเบียนท้องที่ ที่ตนอยู่ หรือนายทะเบียนท้องที่ที่เกิดเหตุภาบใน 15 วันนับแต่วันทราบเหตุ |
|
|
|
10.ความผิดและโทษของอวุธปืน |
|
|
|
-มีและพกอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 20,000 บาท พกพาอาวุธปืน ติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้พก เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ใดพกพาอาวุธปืนไปโดยเปิดเผย หรือพาไปที่ชุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อนมัสการ การรื่นเริง การมหรสพ หรือการอื่นใด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 1,000 บาท ถึง 10,000 บาทแม้ว่าผู้นั้นจะได้รับอนุญาตพกพาอาวุธปืน หรือกรณีเร่งด่วนก็ตาม |
|