|
 |
|
|
|
วันดี-วันร้าย ซื้อรถ |
|
|
|
ไม้มงคล |
| ไม้มงคลเป็นไม้ที่ใช้ประกอบพีธีต่างๆ เช่น การก่อสร้าง สร้างศาลพระภูมิ รวมไปถึงงานราชพีธีต่างๆ เช่น การสร้างศาลาโบสถ์ ฝังลูกนิมิต ประกอบไปด้วยไม้ต่างๆจำนวน 9 ชนิด |
- ไม้สักทอง ความหมาย มีศักดิ์ศรี มีเงินทอง
- ไม้ทองหลาง ความหมาย ความเป็นสง่าราศี ความมีบารมี
- ไม้ราชพฤกษ์ ความหมาย มีความอยู่เย็นเป็นสุข
- ไม้ชัยพฤกษ์ ความหมาย มีความอยู่เย็นเป็นสุขทั่วราชอาณาจักร
- ไม้สีสุก ความหมาย จะมีความอยู่เย็นเป็นสุขมีความสุขสงบ
- ไม้ขนุน ความหมาย คอยหนุนไว้ไม่ให้ล้มไม่ใครเอียง
- ไม้พยุง ความหมาย ความสูงสุดให้มีศักดิ์ศรีค้ำจุน
- ไม้ทรงบาดาล ความหมาย ร่มเย็นเป็นสุข เหมือนทรงยศ ทรงบาดาล
- ไม้กลั่นเกลา ความหมาย ให้คนในบ้านเป็นคนดี หรือกลั่นเกลาทำให้เกิดแต่สิ่งดีๆ
|
|
 |
|
ปลูกไม้ประจำบ้านตามหลักโหราศาสตร์ไทย |
- ทิศเหนือ=ให้ปลูก ต้นพุทรา หัวว่าน ป้องกันอาคมและเวทย์มนต่างๆ
- ทิศตะวันออก=ให้ปลูกต้นไผ่สีทอง หรือสีเหลืองได้ทุกชนิด ต้นมะพร้าวเล็กหรือใหญ่ก็ได้ป้องกันไข้ร้ายต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับคนในบ้าน
- ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ=ให้ปลูกทุเรียน ขุดบ่อโดยรอบหรือข้างต้นเล็กๆก็ได้และมีน้ำอยู่ในบ่อเสมอ
- ทิศตะวันออกเฉียงใต้=ให้ปลูกต้นสารภี ต้นยอ กันจัญไร
- ทิศใต้=ให้ปลูกต้นมะม่วง ต้นมะพลับ
- ทิศตะวันตก=ให้ปลูกต้นมะขาม มะยม กันถ้อยความจะเกิดขึ้นและกันภูติผีปีศาลได้เป็นอย่างดี
- ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ=ให้ปลูกต้นมะกรูด
- ทิศตะวันตกเฉียงใต้=ให้ปลูกต้นพิกุล ขนุน ราชพฤกษ์ สะเกา กันโทษได้ดียิ่ง
|
| ตามโหราศาสตร์ฉบับโบราณที่ได้เคยศึกษามาท่านว่าผู้ใดถ้าได้ทำคนจะเกรงขาม ทรัพย์สินจะตามมา อยู่เป็นสุขสำราญดีนะครับ แต่ทรัพย์สินจะตามมานั้นต้องทำงานด้วยนะครับถึงจะตามมาและดีด้วยนะครับ การอยู่เป็นสุข ความร่มรื่น ร่มเงา ความเย็นสบายของบรรยากาศรอบบ้านการได้ผลประโยชน์จากต้นไม้ที่เราปลูก ความเกรงอกเกรงใจของคนภายนอกเกิดขึ้นจริง |
|

|
|
แต่ยังมีข้อห้ามปลูกอีกอย่างหนึ่งภายในบ้านก็คือ |
- ปลูกต้นโพธิ์=เพราะท่านว่าเป็นต้นไม้ประจำวัดวาอารามครับ
- ต้นไทร=เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่อาจบดบังกระแสลมและดูทึบครึม
- ต้นตะเคียน=ท่านว่าเป็นต้นไม้มีผีนางไม้สิงอยู่
- ต้นยาง=ไม่ควรนำมาปลูกเพราะนิยมนำมาทำหีบศพ
- ต้นดอกทอง=เป็นลางไม่ดี ทำให้คนในบ้านทำผิดประเวณีกัน คนนำมาทำเวทย์มนต์ต่างๆในทางชู้สาว
|
|
ดูพื้นที่แบบโหราศาสตร์ |
| สิทธิการิยะจะปลูกบ้านใดให้กระทำตามตำรา ดังนี้ |
| - สูงข้างบูรพา ( ทิศตะวันออก )ต่ำข้างประจิม (ทิศตะวันตก ) = ไม่ดี |
|
- สูงข้างประจิม (ทิศตะวันตก) ต่ำข้างอาคเนย์ (ทิศตะวันออกเฉียงใต้)=ดีนัก |
| - สูงข้างทักษิณ (ทิศใต้ ) เรียกว่าศุภราช = ดีนัก |
| - สูงฝ่ายหรดี (ทิศตะวันตกเฉียงใต้ )ต่ำพายัพ (ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ)=ดี |
| - สูงข้างประจิม(ทิศตะวันตก)ต่ำข้างบูรพา(ทิศตะวันออก)=ผู้มีบรรดาศักดิ์อยู่ดี |
| - สูงข้างทักษิณ(ทิศใต้)ต่ำข้างอุดร(ทิศเหนือ) อีสาน(ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ)=ดี |
| - สูงข้างพาย (ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ) ต่ำข้างอาคเนย์ (ทิศตะวันออกเฉียงใต้)=ดี |
| โดนรอบเป็นคันขอบ ตรงกลางต่ำเหมือนใบบัวแต่เป็นเนิน อยู่เกิด ประเสริฐดีนัก นอกจากนี้อย่าได้อยู่เลยไม่ดีแก่ตนแล |
|
| วันขึ้นบ้านใหม่ประเพณีโบราณ |
| สิทธิการิยะ หากขึ้นบ้านใหม่ จงยึดถือตามนี้ |
|
-วันพุธ เป็น มงคล |
| -วันพฤหัสบดี จะบริสุทธิ์แสนประเสร็ฐ |
| -วันศุกร์ โชคอำนวยร่ำรวย |
|
| วันตั้งศาลพระภูมิ |
| -วันพุธ,พฤหัสบดี ตั้งศาลพระภูมิ |
| -วันพฤหัสบดี ตั้งบ้านเรือน |
| -วันศุกร์ ตั้งศาลสวน, นา , วัด |
| -วันอังคาร,วันอาทิตย์,วันพฤหัสบดี ตั้งศาลประตูหอรบ |
| -วันเสาร์ ตั้งศาลบันได |
| -วันจันทร์,วันพุธ ตั้งศาลเรือนหอ,โรงพิบ่าวสาว |
|
|
ดิถียกศาลพระภูมิ |
| ขึ้น-แรม 2 ค่ำ 4 ค่ำ 6 ค่ำ 9 ค่ำและ11 ค่ำเป็นฤกษ์มงคลดีนักแล |
|
|
|
ทิศพระภูมินอน |
| วันอาทิตย์ หัวไปทางบูรพา เท้าไปทางประจิม |
| วันจันทร์ หัวไปทางอาคเนย์ เท้าไปทางพายัพ |
| วันอังคาร หัวไปทางทักษิณ เท้าไปทางอุดร |
| วันพุธ หัวไปทางหรดี เท้าไปทางอีสาน |
| วันพฤหัสบดี หัวไปทางประจิม เท้าไปทางบูรพา |
| วันศุกร์ หัวไปทางพายัพ เท้าไปทางอาคเนย์ |
| วันเสาร์ หัวไปทางอุดร เท้าไปทางทักษิณ |
| เมื่อจะนำสิ่งของไปบูชาให้นำไปทางปลายเท้าของพระภูมิ จึงจะเกิดมงคลแก่ตน |
|
|
| คาถาบูชาพระภูมิ |
| ให้ใช้บท "ขัดกรณียเมตตาสูตร" ดังนี้ |
| ยัสสานุภาวะโต ยักขา เนวะ ทัสเสนติ ภิงสะนัง ยัมหิ เจวานุยุญชันโต รัตติน |
| ทิวะมะตันทิโต สุขัง สุปะตะ สุคโต จะปาปัง กัญจิ นะ ปัสสะติ เอวะมาทิ คุณูเปตัง ปถิตตัน ตัมภะณามะ เห |
|
| รูปปั้น |
| การแก้ฮวงจุ้ยนั้น รูปปั้นมีบทบาทมาแต่ครั้งโบราณ โดยมีความเชื่อว่ารูปเหล่านั้น |
| จะให้คุณให้ลาภ หรือป้องกันภัยในชัยภูมิที่ไม่เหมาะสมได้ และเป็นเครื่องหมาย |
| บอกถึงการปกป้องคุ้มครองในการแก้อาถรรณ์ที่เป็นอัปมงคล รูปปั้นใช้ในวิชาฮวงจุ้ย |
| มักจะเป็นรูปสัตว์ต่างๆ เช่น มังกร,สิงโต,เสือ,ม้า,ช้าง,เต่า,หงส์,นกยูง,นกกระเรียน |
| กิเลน,เป็ด,ไก่ฟ้า เป็นความหมายของการให้คุณเสริมโชคแก่ผู้ใช้ |
| รูปปั้นแต่ละชนิดมีความหมายแตกต่างกันออกไป เช่น |
| มังกร หมายถึง อำนาจบารมีที่ยิ่งใหญ่ |
| สิงโต หมายถึง บ่งบอกถึงผลังที่กล้าแข็ง |
| เสือ หมายถึง บอกถึงความกล้าหาญมีกำลัง |
| ม้า หมายถึง ให้ความหมายถึงความก้าวหน้าอย่างไม่มีวันถดถอย |
| ช้าง หมายถึง ชี้ชัดถึงความเป็นจ้างพลังอันมหาศาล |
| หงส์ หมายถึง แสดงถึงความสัตย์ชื่อน่าไว้วางใจและศักดิ์ศรีสูงส่ง |
| นกกระเรียน หมายถึง บ่งบอกถึงความสุขความเจริญ |
| เต่า หมายถึง อายุยืนยาว ปราศจากโรคภัย |
| กิเลน หมายถึง เครื่องหมายแห่งความโชคดี |
| เป็ด หมายถึง บอกถึงความเป็นมิตร และจงรักซื่อสัตย์ |
| ไก่ฟ้า หมายถึง เน้นความหมายไปในมทางให้โชคลาภนับอนันต์ |
|
| โปวก่วย |
|
ของสิ่งหนึ่งที่สำคัญในการแก้ฮวงจุ้ย คือ โปวก่วย เป็นเครื่องรางที่นิยมในหมู่คนจีน |
|
สำหรับแก้อาถรรพณ์ร้ายที่เกิดขึ้นกับสถานที่นั้นๆมักนิยมติดตั้งกันแรงกระทบอัปมงคล |
|
ที่พุ่งตรงเข้ามาในบ้านลักษณะของเครื่องรางชนิดนี้ ประกอบด้วยรูปทรงแปดเหลี่ยม |
|
ตรงกลางเป็นสัญลักษณ์ของความมืด-ความสว่าง (หยิน-หยาง) โดยมีหัวเสือคาบดาบ |
|
อยู่เบื้องล่างมีความหมายถึงพลังอำนาจที่กล้าแกร่งเหนืออิทธิพลกาลีทั้งหลายทั้งปวง |
|
เพื่อปกป้องคุ้มภัยให้แก่ชัยภูมิแห่งนั้นโปรก่วยที่จะนำมาติดตั้งนั้น จะต้องผ่านการปลุก |
|
เสกจากเกจิอาจารย์เสียก่อนจึงจะได้ผลการติดตั้งควรมีมารยาทอย่าให้ไปกระทบกับทิศ |
|
ตรงข้ามกับเพื่อนบ้านโดยตรง เพราะมีผลทางจิตวิทยาสูง แทนที่จะมีผลดีกลับจะนำ |
|
ความไม่สบายใจมาสู่ครอบครัวตนและเพื่อนบ้าน |